หมู่เกาะสุรินทร์ โดยเรือเร็ว
ภูเก็ต – คุระบุรี – เกาะสุรินทร์ – อ่าวแม่ยาย – อ่าวเต่า – อ่าวผักกาด – อ่าวตอรินลา
กิจกรรม : นั่งเรือชมวิว ดำผิวน้ำชมปะการัง เล่นน้ำ หรือพักผ่อนชายหาด
05.00 น. รถรับท่านจากโรงแรมที่พักในจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าสู่ท่าเรือคุระบุรี จังหวัดพังงา
09:00 น. ออกเดินทางจากท่าเรือคุระบุรีสู่อุทยานฯ หมู่เกาะสุรินทร์ด้วยเรือสปีดโบ๊ทขนาดใหญ่ ปลอดภัยด้วยชูชีพและอุปกรณ์ครบครัน
10:00 น. เดินทามาถึงอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ดำน้ำดูปะการังบริเวณ อ่าวแม่ยาย และ อ่าวเต่า สนุกสนานกับการเล่นน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย
12:00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเป็นบริการของอุทยานฯ ให้บริการแบบเซ็ตโต๊ะ (ร่วมทานกับบุคคลอื่น) พนักงานคอยบริการ
13:00 น. ออกเดินทางต่อไปดำน้ำดูปะการังบริเวณ อ่าวผักกาด และ เกาะตอรินลา
15:30 น. ออกเดินทางกลับจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
17:00 น. ถึงท่าเรือคุระบุรี เดินทางกลับจังหวัดภูเก็ต
20.00 น. ส่งท่านถึงที่โรงแรมที่พักในจังหวัดภูเก็ต
อัตราค่าบริการ
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 3,200 บาท เด็ก 2,700 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 3,600 บาท เด็ก 3,200 บาท
ราคานี้รวม
- ค่าเรือบริการ
- อุปกรณ์และเสื้อชูชีพ
- ค่าอาหารกลางวัน
- ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ
- มัคคุเทศก์
- ประกันอุบัติเหตุ
- รวมรถรับส่งจาก โรงแรมในภูเก็ต ไปยังท่าเรือ
ทุกทัวร์ทะเล โปรแกรมและเวลา สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำในแต่ละวัน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันห่างจากฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า มีพื้นที่ประมาณ 84,375 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บนบกประมาณ 20,594 ไร่ ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) และเกาะรี (เกาะสต๊อก) ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม มีปลาสีสันต่าง ๆ มากมาย เป็นแหล่งสำหรับเ หมาะชม ปะการังน้ำตื้น โดยเฉพาะเกาะตอรินลา สำหรับบริเวณที่เหมาะจะดำน้ำลึก คือ กองหินริเชลิว อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายพันธุ์ ปะการังสีสวย และเป็นจุดที่มีโอกาสพบฉลามวาฬ ที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลมาว่ายให้เห็นอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ฝนตกชุก คลื่นลมแรง |